เลิกใช้บันได แล้วเปลี่ยนมาใช้ทางลาดการจัดเกรดกลุ่มสมาคมกีฬา

จากบันไดสู่ทางลาด

ข้อเสนอเชิงออกแบบ · นโยบายกีฬา

เลิกใช้บันได แล้วเปลี่ยนมาใช้ทางลาด

กองทุนกีฬาชาติแบ่งสมาคมเป็น 4 กลุ่ม แล้วจ่ายเงินตายตัวตามกลุ่ม วิธีนี้ฟังดูเป็นระเบียบ แต่ซ่อนความไม่เป็นธรรมไว้ในคณิตศาสตร์ บทความนี้ชวนออกแบบสูตรใหม่ที่ยุติธรรมกว่า โปร่งใสกว่า และให้คุณลองปรับดูเองกับข้อมูลจริงทั้ง 87 สมาคม

ลองนึกภาพว่าคุณเป็นคนคุมงบก้อนหนึ่ง 807 ล้านบาท ต้องแบ่งให้สมาคมกีฬา 87 แห่ง ตั้งแต่แบดมินตันที่คว้าเหรียญโอลิมปิก ไปจนถึงกีฬาเล็ก ๆ ที่เพิ่งเริ่มตั้งไข่ คุณจะแบ่งอย่างไรให้ "ยุติธรรม" และ "พัฒนากีฬาได้จริง"

วิธีที่กองทุนพัฒนาการกีฬาแห่งชาติเลือกใช้ในปีงบประมาณ 2570 คือการให้คะแนนศักยภาพแต่ละสมาคม แล้วจัดเข้า 4 กลุ่ม โดยแต่ละกลุ่มได้วงเงินตายตัว — กลุ่มบนสุดได้ 35 ล้าน ถัดมา 17.5 ล้าน, 8 ล้าน และ 2 ล้านตามลำดับ ฟังดูเป็นระบบดี แต่พอมองให้ลึกจะเห็นว่ามันคือ "บันได" และบันไดมีปัญหาที่มองไม่เห็นด้วยตาเปล่า

ปัญหาของบันได

บันไดมีสองอาการที่ขัดกันเองอย่างประหลาด

อาการที่ 1 · ช่วงราบ

อยู่กลุ่มเดียวกัน เก่งแค่ไหนก็ได้เท่ากัน

ในกลุ่มล่างสุด สมาคมที่ได้คะแนน 39.5 กับสมาคมที่ได้ 1.0 ต่างกันเกือบ 40 คะแนน แต่ได้เงินเท่ากันเป๊ะที่ 2 ล้าน ความพยายามที่ต่างกันมหาศาลกลับไม่มีความหมายเลย

อาการที่ 2 · หน้าผา

ห่างกันแค่แต้มเดียว แต่เงินต่างกัน 4 เท่า

ตรงรอยต่อกลุ่ม 3 กับ 4 สมาคมที่ได้ 40.5 คะแนนได้ 8 ล้าน ส่วนที่ได้ 39.5 ได้แค่ 2 ล้าน ต่างกันแค่ 1 คะแนน แต่เงินหายไป 6 ล้าน

พูดง่าย ๆ คือ ภายในกลุ่ม 1 คะแนน = 0 บาท แต่ตรงรอยต่อกลุ่ม 1 คะแนน = 6,000,000 บาท — คะแนนเดียวกันแท้ ๆ กลับมีค่าไม่เท่ากันเลย ขึ้นอยู่กับว่าคุณบังเอิญยืนอยู่ตรงไหนของบันได

นี่คือหัวใจของความไม่เป็นธรรม เพราะการให้คะแนนย่อมมีความคลาดเคลื่อนได้เป็นเรื่องปกติ แต่พอความคลาดเคลื่อนแค่ครึ่งคะแนนสามารถชี้ขาดเงินหลายล้าน กติกาก็กลายเป็นการเสี่ยงโชคมากกว่าการวัดผลงาน และยังสร้างแรงจูงใจผิด ๆ ให้ทุกคนพุ่งเป้าไป "ข้ามเส้น" แทนที่จะพัฒนากีฬาอย่างต่อเนื่อง

ทางออกคือทางลาด

ถ้าปัญหาคือ "ขั้น" ทางแก้ก็ตรงไปตรงมา — เอาขั้นออก แล้วเปลี่ยนบันไดให้เป็น ทางลาดที่ค่อย ๆ ไล่ระดับ คะแนนมากขึ้นนิดเดียว เงินก็เพิ่มขึ้นนิดเดียวอย่างราบเรียบ ไม่มีช่วงราบที่คะแนนไร้ความหมาย และไม่มีหน้าผาที่แต้มเดียวเปลี่ยนชะตา

ในทางคณิตศาสตร์ เราแทนบันไดด้วยสูตรต่อเนื่องหน้าตาแบบนี้ ซึ่งดูซับซ้อนแต่แนวคิดง่ายมาก

เงินที่ได้ = พื้นขั้นต่ำ + งบที่เหลือ × (คะแนนของคุณγ ÷ ผลรวมคะแนนทุกสมาคมγ)
ทุกสมาคมได้ "พื้นขั้นต่ำ" เท่ากันก่อน (เพื่อความอยู่รอด) แล้วงบที่เหลือจึงแบ่งตามส่วนของคะแนน — ยิ่งคะแนนมาก ยิ่งได้ส่วนแบ่งมาก แต่ไล่กันอย่างต่อเนื่อง

สูตรนี้รับประกันว่าทุกสมาคมจะได้พื้นฐานเท่ากันก่อน ยิ่งสมาคมใดพัฒนามาก ก็สามารถที่จะเพิ่มงบประมาณขึ้นไปตามความพยายามของแต่ละสมาคม และที่สำคัญคือ คะแนนเหล่านี้ ที่ผมพูดไป ทุกคะแนนจะมีความหมาย ไม่ทิ้งน้ำ

สามส่วนประกอบของระบบใหม่

1

คะแนนที่โปร่งใสและมองรอบด้าน

แทนคะแนนก้อนเดียวที่ไม่มีใครรู้ที่มา ใช้คะแนนประกอบจากหลายด้าน — ผลงานนานาชาติ, การพัฒนานักกีฬาระดับเยาวชน LTAD, ฐานการมีส่วนร่วมและความเท่าเทียม, ธรรมาภิบาล, และความคุ้มค่า — โดย ประกาศน้ำหนักแต่ละด้านต่อสาธารณะ และเปิดให้กีฬาที่ยังมีพัฒนาการอย่างต่อเนื่องสามารถมีที่ยืนได้ กีฬาใหม่ ที่ต้องเร่งสปีดสามารถเติบโตได้โดยไม่ถูกบอนไซ

2

ทางลาดที่มีพื้นและมีเพดาน

พื้น รับประกันว่าทุกกีฬาได้ทุนพอจะมีโปรแกรมที่มีชีวิต ไม่ถูกทิ้งจนล้ม ส่วน เพดานดูดซับ กันไม่ให้สมาคมได้เงินเกินกว่าที่ใช้ได้จริง เพราะเงินที่ใช้ไม่ทันคือค่าเสียโอกาสของกีฬาอื่น

3

ปุ่มเดียวที่ซื่อสัตย์ แทนเพดาน 4 ขั้นที่พลการ

ค่า γ (แกมมา) คือปุ่มปรับความเข้มข้นเพียงปุ่มเดียว —เป็นไปทาง "เป็นเลิศ" งบจะกระจุกที่กีฬาคะแนนสูงมากขึ้น หมุนไปทาง "เป็นธรรม" งบจะกระจายกว้างขึ้น ข้อดีคือบอร์ดต้อง เลือกจุดยืนอย่างเปิดเผยและให้เหตุผลได้ แทนที่จะซ่อนการตัดสินใจไว้ในเส้นแบ่งกลุ่ม

ลองปรับ

ระบบจำลองการจัดสรร

ลากปุ่มด้านขวา แล้วดูว่าเงินของทั้ง 87 สมาคมขยับอย่างไร — จุดสีแดงคือระบบบันไดปัจจุบัน เส้นสีเขียวคือทางลาดที่คุณกำลังออกแบบ

น้อย = กระจายกว้าง · มาก = เน้นกลุ่มบน
รับประกันทุกสมาคมได้อย่างน้อยเท่านี้
ความเหลื่อมล้ำ (Gini)
0.24 / บันได 0.47
ส่วนแบ่ง 7 อันดับบน
15% / บันได 30%
ใช้งบครบ 807,000,000 บาท พอดีทุกครั้ง และทุกสมาคมได้ถึงพื้นที่รับประกัน

เทียบครบทั้ง 87 สมาคม

ตารางเปรียบเทียบทั้งสามโมเดล

ตัวเลขเป็นล้านบาท · คลิกหัวคอลัมน์เพื่อเรียงลำดับ · สีเขียว = ได้มากกว่าระบบปัจจุบัน, สีแดง = ได้น้อยกว่า

สมาคมกีฬา คะแนน ปัจจุบัน เป็นธรรม สมดุล เป็นเลิศ

โมเดล: เป็นธรรม γ=1.0 · สมดุล γ=1.6 · เน้นเลิศ γ=2.6 (พื้น 1.5–2 ล้าน, เพดานดูดซับ 45 ล้าน) — คอลัมน์ "สมดุล" คือค่าตั้งต้นที่แนะนำ

ทำไมนักกีฬาถึงได้ประโยชน์

ระบบนี้ออกแบบโดยเอานักกีฬาและการพัฒนาเป็นตัวตั้ง ไม่ใช่เอาความสะดวกของผู้จัดสรรเป็นหลัก พื้นวงเงิน ทำให้ไม่มีกีฬาไหนถูกปล่อยให้ตายทั้งเป็น ความต่อเนื่อง ทำให้การซ้อมหนักขึ้นอีกนิดหรือส่งนักกีฬาไปแข่งเพิ่มอีกหน่อยมีผลตอบแทนเสมอ ไม่ต้องรอ "ข้ามเส้น" และเพราะไม่มีเส้นให้ข้าม จึงไม่มีแรงจูงใจให้ปั่นคะแนน — ทุกคนแข่งกันที่การพัฒนาจริง

ยิ่งไปกว่านั้น การเพิ่ม ข้อจำกัดต่อการเปลี่ยนแปลงรายปี (ปีนี้ขึ้นหรือลงได้ไม่เกินกี่เปอร์เซ็นต์) จะช่วยไม่ให้งบเหวี่ยงจนโค้ชตกงานหรือแคมป์เก็บตัวต้องยุบกลางคัน — ความมั่นคงของโปรแกรมคือสวัสดิภาพของนักกีฬาโดยตรง

แล้วประหยัดเงินได้เท่าไร

คำถามนี้ต้องตอบอย่างตรงไปตรงมาก่อน — ระบบใหม่ ไม่ได้ลดงบรวม ประเทศยังลงทุนกับกีฬา 807 ล้านบาทเท่าเดิม เพราะฉะนั้นมันไม่ใช่การ "หั่นงบ" แต่การประหยัดที่แท้จริงซ่อนอยู่ในอีกที่หนึ่ง คือ เงินที่จ่ายเกินกว่าที่สมาคมจะใช้ทัน

เมื่อสมาคมได้เงินก้อนใหญ่กว่าที่เคยบริหารมากหลายเท่าในปีเดียว เงินส่วนเกินนั้นมีความเสี่ยงสูงที่จะเบิกจ่ายไม่ทันหรือใช้ไม่คุ้ม กลายเป็นเงินที่จมอยู่เฉย ๆ ทั้งที่กีฬาอื่นกำลังขาดแคลน นักเศรษฐศาสตร์เรียกสิ่งนี้ว่า "ค่าเช่าส่วนเกิน" (excess rent) และมันวัดได้

ระบบบันไดปีนี้จัดสรรเงินให้สมาคมต่าง ๆ เกิน 3 เท่าของงบที่เคยใช้จริงในปีก่อน รวมกันราว 56 ล้านบาท (เกือบ 7% ของงบทั้งหมด) และถ้าใช้เกณฑ์ผ่อนกว่านั้นคือเกิน 2 เท่า ตัวเลขพุ่งถึง 110 ล้านบาท หรือราว 14% ของงบ

ตัวอย่างที่ชัดที่สุด — กอล์ฟเคยใช้งบราว 4 ล้านบาท แต่ปีนี้ได้ 35 ล้าน (เกินความสามารถเดิมราว 23 ล้าน) ส่วนสมาคมแข่งรถจักรยานยนต์เคยใช้เพียง 139,000 บาท แต่กระโดดขึ้น 17.5 ล้านในปีเดียว ทางลาดที่มี เพดานดูดซับ จะไม่ปล่อยให้เงินไปกองรอแบบนี้ แต่จะ "กู้คืน" งบ 56–110 ล้านบาทนี้ไปลงกับกีฬาที่พร้อมใช้และสร้างนักกีฬาได้จริง

พูดอีกอย่างคือ ระบบใหม่ประหยัดในความหมายของ ความคุ้มค่า ไม่ใช่การตัดงบ — เงินจำนวนเท่าเดิม แต่ทำงานหนักขึ้น (ข้อควรระวัง: ตัวเลขนี้ประเมินความสามารถใช้จริงจากงบที่เคยใช้ปีก่อนซึ่งเป็นตัวแทนคร่าว ๆ กีฬาที่เคยถูกจัดสรรน้อยจริงควรมีโอกาสเติบโต การประเมินจริงต้องดูแผนงานและศักยภาพการเบิกจ่ายเป็นรายสมาคม)

แล้วจะทำให้ "เป็นที่ยอมรับ" ได้อย่างไร

สูตรที่ดีแต่ประกาศจากบนลงล่างจะถูกต่อต้าน เหมือนที่มี 27 สมาคมยื่นเรื่องร้องเรียนการจัดสรรปีนี้ ความยอมรับไม่ได้มาจากสมการ แต่มาจาก กระบวนการ — ร่วมออกแบบกับสมาคมและนักกีฬาตั้งแต่ต้น, เปิดเผยทุกอย่างให้ตรวจสอบซ้ำได้ทั้งตัวชี้วัด น้ำหนัก และคะแนนดิบ, มีคณะกรรมการอิสระและช่องทางอุทธรณ์, และที่สำคัญคือ ทดลองรันคู่ขนานกับระบบเดิมสัก 1 รอบ ให้ทุกฝ่ายเห็นกับตาว่าใครได้ใครเสียก่อนใช้จริง

เพราะเป้าหมายที่แท้จริงไม่ใช่แค่ "สมาคมไหนอยู่กลุ่มไหน" แต่คือคำถามที่ลึกกว่านั้น — เงินหนึ่งบาทถัดไปของประเทศ ควรลงตรงไหนจึงจะสร้างนักกีฬา สร้างแรงบันดาลใจ และสร้างคุณค่าต่อสังคมได้มากที่สุด โดยยังคงความเป็นธรรม ทางลาดไม่ได้ตอบคำถามนี้แทนเรา แต่มันทำให้เรา ถามคำถามนี้ได้อย่างซื่อตรง เป็นครั้งแรก

หมายเหตุ — บทความนี้เป็นฉบับอ่านง่ายของงานวิเคราะห์เชิงวิชาการที่ผู้เขียนกำลังจัดทำ ตัวเลขทั้งหมดคำนวณจากข้อมูลการจัดสรรจริงปีงบประมาณ 2570 ทั้ง 87 สมาคม เครื่องจำลองด้านบนใช้คะแนนศักยภาพจริงของแต่ละสมาคมเป็นตัวตั้ง ส่วนสูตรการให้คะแนนเชิงประกอบที่กล่าวถึงเป็นข้อเสนอเชิงหลักการที่ต้องอาศัยข้อมูลตัวชี้วัดจริงในการนำไปใช้ · เผยแพร่ที่ sirichet.com

author avatar
Sirichet Punthipayanon Researcher
ศิริเชษฐ์ พูลทิพายานนท์ (Sirichet Punthipayanon, Ph.D.) การศึกษา ปริญญาเอก สาขาวิทยาศาสตร์การกีฬา (ชีวกลศาสตร์การกีฬา) Fellow of the Higher Education Academy (FHEA) ไลฟ์สไตล์ นอกจากงานวิชาการแล้ว เป็นคนชิลๆ ชอบใช้เวลาว่างไปเที่ยวที่ต่างๆ อ่านหนังสือ ดูหนัง ฟังเพลง ขี่จักรยาน Google Scholar · About

Leave a Comment