จริงๆบทความนี้ เขียนไว้หลายวันแล้ว หลังจากที่จบฟุตบอลโลก ที่ประเทศสหรัฐอเมริกา และประเทศเม็กซิโก ที่ผ่านมา มันคงไม่ใช่เรื่อบังเอิญ กระมั้งที่ทีมอย่างกระทิงดุ จะกลายมาเป็นแชมป์ฟุตบอลโลก หลังจากที่ก่อนหน้านั้น ก็คว้าแชมป์ยูโรไปได้ อย่างสวยงาม ที่เขาบอกว่า กรุงโรมไม่ได้สร้างเสร็จภายในวันเดียว อันนี้ เป็นเรื่องจริง และเป็นสัจธรรม ของความยั่งยืน และเป็นมรดก Legacy ให้กับลูกหลาน และทุกครั้งที่มีฟุตบอลโลก สปอตไลท์ นอกจากจะหันไปที่แชมป์โลก แล้ว ยังหันกลับมาดูที่สมาคมกีฬาฟุตบอลแห่งประเทศไทย ในพระบรมราชูปถัมภ์ ของประเทศไทย ถ้าเรียกภาษานักวิจารณ์ฟุตบอล นั่นก็คือ การใช้โอกาสสิ้นเปลือง ก็คงจะไม่ผิดนัก สำหรับวงการฟุตบอลของประเทศไทย แต่กลับการ การสร้างโอกาสแต่ละครั้ง ก็จบด้วย เงินสนับสนุนจำนวนมาก ที่ถูกอัดฉีด ลงไปในวงการฟุตบอล แต่กลับไม่มี Revenue หรือ impact กลับสู่สำคมไทยอย่างน่าผิดหวัง วันนี้จึงนำหลักคิดของสเปนมานำเสนอกัน ซึ่ง ก็เป็นหลักคิดที่หลายคนทราบกันดี นะครับ แต่กว่าที่สเปนจะประสบความสำเร็จ ก็ใช้เวลาหลักสิบปีเลย ผู้เขียนนึกถึงย้อนกลับไปเมื่อสมัยเอเชี่ยนเกมส์ที่กรุงเทพ ปี 1998 ช่วงนั้นวงการฟุตบอลของประเทศได้รับความนิยมมากมาย มีการตั้งโปรเจต์ บอลไทยไปบอลโลก มีการชวนให้ ปีเตอร์ วิธ จากอังกฤษ เข้ามาแต่ขณะนั้นประเทศไทย ระบบฐานราก ยังไม่ได้เติบโต นัก นักบอลโรงเรียน ยังมีระบบที่ไม่ดีเท่าปัจจุบัน…ย้อนกลับมาดูปัจจุบัน เทียบกับ เมื่อ เกือบยีสิบปีที่แล้ว งบประมาณเพิ่มขึ้นเป็นเงาตามตัว แต่ผลงานกลับค่อยๆเป็นค่อยๆไป
สเปน กับสองแชมป์ในสองปี คงไม่ใช่ความบังเอิญ
วันที่ 19 กรกฎาคม 2569 ณ สนาม New York/New Jersey Stadium ทีมชาติสเปนเอาชนะอาร์เจนตินาแชมป์เก่า 1–0 ในช่วงต่อเวลาพิเศษ คว้าแชมป์ฟุตบอลโลกสมัยที่สองในประวัติศาสตร์และสมัยแรกนับตั้งแต่แอฟริกาใต้ 2010 [1,2] เพียงหนึ่งปีเศษหลังคว้าแชมป์ยูโร 2024 ซึ่งเป็นทัวร์นาเมนต์ที่สเปนชนะเจ็ดนัดรวดโดยไม่ต้องดวลจุดโทษและทำสถิติยิงประตูสูงสุดในการแข่งขันเดียว 15 ประตู [3]
หากพิจารณาย้อนกลับไป สเปนคว้าแชมป์ยูโรมาแล้ว 4 สมัย (1964, 2008, 2012, 2024) และฟุตบอลโลก 2 สมัย (2010, 2026) พร้อมทั้งแชมป์ยูฟ่าเนชั่นส์ลีก 2023 ในระยะเวลา 18 ปีที่ผ่านมา สเปนคว้าแชมป์รายการใหญ่ของ FIFA และ UEFA ในระดับทีมชาติชายรวม 6 สมัย ซึ่งเป็นสถิติที่ไม่มีชาติใดในโลกทำได้ในช่วงเวลาเดียวกัน คำถามในเชิงวิเคราะห์เชิงระบบ (systems analysis) ไม่ใช่ ทำไมสเปนถึงเก่ง แต่คือ อะไรคือกลไกเชิงโครงสร้างที่ทำให้ผลลัพธ์เช่นนี้เกิดขึ้นซ้ำได้อย่างต่อเนื่อง
บทความนี้จะถอดโมเดลการพัฒนาฟุตบอลของสเปนออกเป็นห้าองค์ประกอบเชิงระบบ ได้แก่ (1) ปรัชญาแกน (Juego de Posición) (2) โครงสร้างพีระมิดของสหพันธ์ (RFEF pyramid) (3) โมเดล Cantera และอะคาเดมี่หลัก (4) ระบบการพัฒนาโค้ชและการเชื่อมโยงกับกระทรวงศึกษาธิการ และ (5) นโยบายรัฐและการลงทุนสาธารณะผ่านสภาการกีฬาสูงสุด (CSD) จากนั้นจะเสนอข้อจำกัดที่งานวิจัยชี้ให้เห็น และข้อเสนอเชิงนโยบายสำหรับประเทศไทย
จาก Total Football สู่ Tiki-Taka
จุดกำเนิดของสเปนสมัยใหม่ไม่ได้อยู่ที่สเปน หากอยู่ที่เนเธอร์แลนด์ ปรัชญา Total Football ที่พัฒนาโดย Rinus Michels ในอายักซ์และทีมชาติเนเธอร์แลนด์ช่วงทศวรรษ 1970 ตั้งอยู่บนหลักการที่ว่านักฟุตบอลทุกคนบนสนามต้องสามารถสวมบทบาทตำแหน่งของกันและกันได้ ผ่านการเคลื่อนที่แบบไหลลื่นและความเข้าใจเรื่องพื้นที่ [4]
ผู้ที่นำแนวคิดข้ามพรมแดนมาสเปนคือโยฮัน ครัฟ Johan Cruyff เมื่อเขาเข้ารับตำแหน่งผู้จัดการทีม FC Barcelona ในปี 1988 Cruyff ไม่เพียงนำแนวคิดมาใช้ในทีมชุดใหญ่ (Dream Team ช่วงต้นทศวรรษ 1990) หากยังฝังปรัชญานี้ลงในดีเอ็นเอของอะคาเดมี่ La Masia ที่ก่อตั้งในปี 1979 กำหนดให้เด็กทุกคนที่ผ่านระบบต้องเล่นในหลักการเดียวกัน [5,6]
สองทศวรรษต่อมาเป็ป แกรดิโอล่า Pep Guardiola ผู้ซึ่งเติบโตในระบบนี้ในฐานะผู้เล่น กลับมาปรับปรุงและยกระดับเป็น tiki-taka ถูกพูดถึงในในฟุตบอลโลก 2006 และกลายเป็นอัตลักษณ์ของทีมชาติสเปนในทศวรรษต่อมา [4,7] ผลลัพธ์ที่เด่นชัด นั่นก็คือแชมป์ยูโร 2008, ฟุตบอลโลก 2010 และยูโร 2012 ติดต่อกัน โดยผู้เล่นตัวจริงในนัดชิงฟุตบอลโลก 2010 มีถึง 7 คนที่เป็นผลผลิตจาก La Masia [5]
จุดที่สำคัญคือ ปรัชญาไม่ได้ตายไปพร้อมกับยุคทอง หลังความล้มเหลวในฟุตบอลโลก 2014 และ 2018 หลายคนประกาศจุดจบของ tiki-taka แต่ยูโร 2024 กลับพิสูจน์ว่าปรัชญาแกนยังทำงานต่อไปได้ เพียงแค่มีการปรับให้ไดนามิกและแนวตั้งมากขึ้น (more vertical) โดยผสานพลังจาก Lamine Yamal และ Nico Williams ซึ่งเป็นผลผลิตของ La Masia และ Athletic Bilbao ตามลำดับ [8,9]
ระบบที่หยั่งรากถึงระดับชุมชน
สหพันธ์ฟุตบอลสเปน (Real Federación Española de Fútbol – RFEF) ก่อตั้งเมื่อปี 1913 มีสโมสรสมาชิกกว่า 30,188 สโมสรและผู้เล่นที่ลงทะเบียนกับสหพันธ์กว่า 1.24 ล้านคน (ข้อมูลปี 2023) [10] ตัวเลขนี้สำคัญ เพราะสะท้อนความหนาแน่นของ ประชากรฟุตบอล (football population) ที่เป็นฐานของพีระมิดการคัดเลือกตัวผู้เล่นเข้าสู่ทีมชาติ หรือลีก
โครงสร้างพีระมิดของสเปนแบ่งเป็น 5 ระดับหลัก และมีระดับภูมิภาคอีก 4 ชั้นด้านล่าง [11,12]:
- ระดับ 1–2: La Liga และ Segunda División — ควบคุมโดย Liga Nacional de Fútbol Profesional (LaLiga) ในฐานะหน่วยงานอาชีพ
- ระดับ 3: Primera Federación — 40 ทีมใน 2 กลุ่ม (semi-professional)
- ระดับ 4: Segunda Federación — 90 ทีมใน 5 กลุ่ม
- ระดับ 5: Tercera Federación — 324 ทีมใน 18 กลุ่มระดับ autonomous communities
- ระดับ 6–9: Divisiones Regionales — แต่ละแคว้นบริหารเอง เช่น Community of Madrid มี 4 ชั้น (Primera Autonómica, Preferente, Primera, Segunda)
สิ่งที่น่าสังเกตคือ RFEF ควบคุมพีระมิดตั้งแต่ระดับ 3 ลงมาโดยตรง ในขณะที่ระดับ 6–9 กระจายอำนาจให้สหพันธ์แคว้น (regional federations) แต่ยังอยู่ภายใต้กรอบระเบียบเดียวกัน โครงสร้างนี้สร้างเส้นทางการเลื่อนชั้น–ตกชั้น (promotion/relegation) ที่ต่อเนื่องกันตลอด ทำให้สโมสรระดับชุมชนมีเส้นทางสู่ระดับกึ่งอาชีพและอาชีพ ซึ่งเป็นแรงจูงใจสำคัญในการลงทุนพัฒนาเยาวชน [11]
ในมิติเยาวชน RFEF และสหพันธ์แคว้นจัดการแข่งขันตามช่วงอายุ ตั้งแต่ Prebenjamín (5–8 ปี), Benjamín, Alevín, Infantil, Cadete, ไปจนถึง Juvenil (17–19 ปี) [12] เป็นระบบที่เด็กทุกคนมีลีกให้แข่งขันตลอดปี ไม่ต้องพึ่งพาโรงเรียนเป็นตัวจัด แต่เป็นสโมสรและสหพันธ์ที่รับผิดชอบ
Juego de Posición เป็นภาษากลางฟุตบอลของทั้งชาติ
หัวใจของสเปนไม่ใช่แค่การครองบอล แต่คือแนวคิด Juego de Posición หรือ Positional Play ที่แบ่งสนามออกเป็นตารางย่อย (grids/zones) แล้วกำหนดหลักการควบคุมพื้นที่แต่ละส่วน [13] ผู้เล่นได้รับการฝึกให้ยึดตัวแปรหลักสามองค์ประกอบคือ :
- Body Orientation Prior to Reception การจัดร่างกายและกวาดสายตาสำรวจสนามก่อนรับบอล เพื่อลดเวลาตัดสินใจหลังสัมผัสบอลครั้งแรก
- Central Half-Space Occupation กองกลางยืนหลังแนวกองกลางคู่แข่ง เพื่อเปิดมุมส่งที่ข้ามแนวกดดันของคู่แข่ง
- Line-Breaking Frequency per Phase ตัวชี้วัดความสำเร็จไม่ใช่ระยะทางบอลไปข้างหน้า แต่คือจำนวนครั้งที่จ่ายบอลผ่านแนวคู่แข่งได้ในแต่ละช่วง [13]
สิ่งสำคัญคือ ปรัชญานี้ ไม่ได้เป็นของสโมสรใดสโมสรหนึ่ง แม้ Barcelona จะพัฒนามาไกลที่สุด แต่หลักการเดียวกันถูกสอนในอะคาเดมี่ทั่วประเทศ ผ่านหลักสูตรโค้ชของ RFEF และงานเขียนของโค้ชระดับชาติ ทำให้เมื่อผู้เล่นย้ายทีมหรือขึ้นทีมชาติ มี “ภาษากลาง” ให้เข้าใจกันโดยไม่ต้องเริ่มใหม่ [14] คล้ายกับที่หลายประเทศมีระบบกลางที่ผู้เล่นทุกคนใช้เป็นมาตรฐานเดียวกัน นั่นก็คือ ความเข้าใจเกม
งานวิจัยเชิงกีฬาศึกษา ในสเปนเองก็สะท้อนแนวคิดนี้ การศึกษาการซิงโครไนซ์เชิงตำแหน่งของผู้เล่นเยาวชนสเปน U13 และ U15 พบว่าดัชนีการสำรวจพื้นที่ (spatial exploration index) และระยะห่างเฉลี่ยจากเพื่อนร่วมทีมเป็นตัวแปรที่แตกต่างกันตามช่วงอายุอย่างมีนัยสำคัญ [15] ซึ่งชี้ให้เห็นว่าการฝึก ความเข้าใจพื้นที่ เป็นส่วนที่วัดผลได้และถูกฝึกอย่างเป็นระบบ และแม้ว่าพวกเขาจะเติบโตขึ้น แต่ระบบก็ยังไม่เปลี่ยนนั่นเอง นี่คือคำว่ามาตรฐานฟุตบอล
โมเดล Cantera: อะคาเดมี่หลายศูนย์ ไม่ได้ขึ้นอยู่กับของสโมสรเป็นหลักเท่านั้น
คำว่า Cantera ในภาษาสเปนแปลตรงตัวว่า “เหมืองหิน” ใช้เรียกอะคาเดมี่เยาวชนของสโมสร มีความหมายเชิงวัฒนธรรมที่ลึกซึ้ง คือแหล่งที่ขุดค้นและเจียระไนวัตถุดิบดิบให้กลายเป็นเพชรพลอย [16]
La Masia (FC Barcelona)
La Masia ก่อตั้งปี 1979 โดย Cruyff (ในฐานะผู้ช่วยผู้จัดการ) และได้แรงบันดาลใจจากระบบเยาวชนของ Ajax ปัจจุบันเป็นอะคาเดมี่ที่ผลิตผู้เล่นที่ลงเล่นในลีกระดับสูงห้าอันดับแรกของยุโรปมากที่สุด 40 คนในฤดูกาล 2025 ตามข้อมูล CIES Football Observatory [17,18] Yamal เข้า La Masia ตอนอายุ 7 ขวบ ในปี 2014 เดบิวต์ทีมชุดใหญ่ตอน 15 และเป็นแชมป์ยูโร 2024 ตอนอายุ 16 [17]
โครงสร้าง La Masia มี แผนกวิเคราะห์รายบุคคล (Individual Analysis Department) ที่ให้ผู้เล่นแต่ละคนมีแผนพัฒนารายบุคคล (Individual Development Plan – IDP) พร้อมเป้าหมายที่วัดผลได้รายไตรมาส และมีตำแหน่ง transition coordinator ที่รับผิดชอบเฉพาะการเชื่อมต่อจากอะคาเดมี่สู่ทีมชุดใหญ่ [18] จากสถิติที่มักถูกอ้างในงานวิจัยเรื่องการค้นหาศักยภาพของนักกีฬา La Masia รับเด็กเข้าอะคาเดมี่เพียง 0.5% จากประมาณ 10,000 คนที่เข้าคัดเลือกในแต่ละปี [19]
La Fábrica (Real Madrid)
หลายคนเข้าใจผิดว่าโมเดลสเปนคือโมเดล Barcelona เท่านั้น แต่ La Fábrica ของ Real Madrid เป็นระบบคู่ขนานที่ทรงพลังไม่แพ้กัน แม้ปรัชญาการเล่นจะเน้นความเร็วและร่างกายมากกว่าเล็กน้อย ก็ยังยึดหลักการเทคนิคและความเข้าใจเชิงยุทธวิธี Maqueira และ Bruque เปรียบเทียบโมเดลการจัดการพรสวรรค์ของ Barcelona กับ Real Madrid ในเชิงบริหารธุรกิจ พบว่าทั้งสองกลยุทธ์ต่างกัน แต่ประสิทธิภาพในการผลิตพรสวรรค์ระดับโลกใกล้เคียงกัน [20] นั่นหมายความว่า ปรัชญาของการพัฒนานักฟุตบอล แม้วิธีการจะแตกต่างกัน แต่การบรรลุเป้าหมายบนมาตรฐานเดียวกัน นั้นคือสิ่งที่น่าสนใจ
Cantera กระจายทั่วประเทศ
การวิเคราะห์แชมป์ยูโร 2024 ในมิติของต้นสังกัดผู้เล่นเผยให้เห็นความหลากหลายของแหล่งผลิตนักฟุตบอลชั้นยอด:
- Athletic Club Bilbao นโยบายรับเฉพาะผู้เล่นเชื้อสายบาสก์บังคับให้สโมสรต้องพัฒนา cantera ให้แข็งแรง ผลิต Nico Williams หนึ่งในดาวเด่นยูโร 2024 [9]
- Real Sociedad Mikel Oyarzabal ผู้ยิงประตูชัยในนัดชิงยูโรก็เป็นผลผลิตของสโมสร [9]
- Valencia, Villarreal, Atlético Madrid, Sevilla FC ทุกสโมสรมีอะคาเดมี่ที่ผลิตผู้เล่นทีมชาติเป็นประจำ [9,16]
ไม่มีการผูกขาด การผลิตพรสวรรค์ การกระจายศูนย์การผลิตสร้างการแข่งขันเชิงคุณภาพในการพัฒนาเยาวชน แทนที่จะเป็นการรวมศูนย์ที่เดียว
การประยุกต์วิทยาศาสตร์การกีฬา: จากปรัชญาสู่ระบบที่วัดผลได้
หากปรัชญา Juego de Posición, โครงสร้างพีระมิด และ Cantera คือสามเสาหลักเชิงองค์กร วิทยาศาสตร์การกีฬาคือชั้นที่สี่ที่แปลง ปรัชญาเชิงนามธรรม ให้กลายเป็น เทคโนโลยีการฝึกที่ทำซ้ำได้และวัดผลได้ จุดเด่นของโมเดลสเปนไม่ได้อยู่ที่การใช้เทคโนโลยีอย่างโดดเดี่ยว แต่คือการบูรณาการวิทยาศาสตร์การกีฬาเข้ากับปรัชญาแกนอย่างเป็นระบบตั้งแต่ระดับสโมสรจนถึงระดับลีก
Structured Training ของ Paco Seirul·lo
Francisco “Paco” Seirul·lo Vargas เข้ารับตำแหน่ง physical trainer ของ FC Barcelona ในปี 1994 โดยการชักชวนของ Cruyff ซึ่งเห็นคุณค่าของแนวคิด cross-sport ที่ Seirul·lo พัฒนามาจากการเป็นโค้ชแฮนด์บอลของสโมสรก่อนหน้า [32] แนวคิดของเขาปฏิเสธการฝึกแบบ isolated (แยกฝึกความเร็ว ความแข็งแรง และเทคนิคเป็นส่วนๆ) ที่ครอบงำวงการฟุตบอลในยุค 1990 และเสนอกรอบ Estructura Compleja del Deportista มองนักกีฬาเป็น Human Sportsperson (HSP) ที่ประกอบด้วยโครงสร้างเชิงซ้อน 8 ชั้นซึ่งมีปฏิสัมพันธ์และย้อนกลับซึ่งกันและกัน ได้แก่ (1) biological (2) cognitive (3) coordinative (4) conditional (5) creative-expressive (6) socio-affective (7) emotive-volitional และ (8) mental [33]
จากพื้นฐานนี้ Seirul·lo พัฒนาระบบ Structural Microcycle ที่บูรณาการทุกมิติของการฝึกซ้อมผ่าน Preferential Simulation Situations (SSP) สถานการณ์จำลองที่มีบอลและมีปฏิสัมพันธ์กับคู่แข่งเสมอ แต่ละไมโครไซเคิลจะเน้นโครงสร้างที่จำเป็นต่อการแก้ปัญหาเชิงยุทธวิธีในสัปดาห์นั้นๆ เช่น หากเน้น build-up play จะเน้น elastic strength และ explosive strength ของผู้เล่นในเฟสนั้นๆ ตามสถานการณ์จำลอง [32,33]
แนวคิดคู่ขนานที่ Seirul·lo เสนอคือการแยก Coadjuvant Training (CT) การฝึกเสริมรายบุคคลเพื่อเตรียมผู้เล่นให้พร้อม ฝึกซ้อมได้เต็มที่ ออกจาก Optimizing Training (OT) ที่เตรียม แข่งขันได้ แนวคิดนี้ยอมรับว่าผู้เล่นระดับสูงที่รับภาระแตกต่างกันตามบทบาท ตำแหน่ง จำเป็นต้องได้รับการฝึกเสริมเฉพาะบุคคลเพื่อสนับสนุนภาระโดยรวม [34] แนวคิดนี้เชื่อมโยงกับหลัก motor learning ที่ว่า การเรียนรู้ทักษะการเคลื่อนไหวเกิดจาก สภาพแวดล้อม ecological constraints ที่โค้ชออกแบบ ไม่ใช่จากการสั่งเทคนิคแบบ prescriptive
ในทีมชุดใหญ่ FC Barcelona ตลอดฤดูกาล 2015–16 ติดตามปริมาณการฝึกซ้อมในทุกวันของ microcycle ด้วยเทคโนโลยี GPS พบว่ารูปแบบการกระจายภาระงานต่างกันชัดเจนตามระยะห่างจากวันแข่งขัน (MD-1, MD-2, MD-3, MD-4) ยืนยันเชิงประจักษ์ว่าโมเดล Seirul·lo ทำงานผ่านกลไกทางสรีรวิทยาที่วัดได้ ไม่ใช่เพียงกรอบคิดเชิงปรัชญา [35]
Barça Innovation Hub (BIHUB): แพลตฟอร์มถ่ายทอดองค์ความรู้ระดับโลก
FC Barcelona ก่อตั้ง Barça Innovation Hub (BIHUB) เพื่อเป็นแพลตฟอร์มการวิจัยและการศึกษาข้ามศาสตร์ ครอบคลุมสายงาน 5 สาย ได้แก่ Sports Science, Medicine, Technology, Coaching และ Social Sciences [39] BIHUB เปิดหลักสูตรออนไลน์ระดับ Master’s และ Certificate ในโภชนาการการกีฬา จิตวิทยาการกีฬา สรีรวิทยา การวิเคราะห์ข้อมูล และวิทยาการบาดเจ็บ โดยมีผู้เชี่ยวชาญจากทีม Sports Performance ของสโมสรและอาจารย์จากมหาวิทยาลัยพันธมิตรร่วมสอน [39]
บทบาทที่น่าสนใจเชิงระบบคือ BIHUB ทำหน้าที่เป็น knowledge broker — แปลงองค์ความรู้เชิงประจักษ์จากทีมชุดใหญ่และ La Masia ให้กลายเป็นหลักสูตรและงานวิจัยที่เผยแพร่สู่วงการวิทยาศาสตร์การกีฬานานาชาติ ประเด็นนี้แตกต่างจากสโมสรอื่นที่ถือความรู้เชิงเทคนิคเป็นความลับทางการค้า BIHUB เลือกยุทธศาสตร์ตรงกันข้าม โดยเผยแพร่งานวิจัยผ่านบล็อกวิชาการหลายภาษา สร้างสถานะเป็น ผู้นำทางความคิด ในวงการฟุตบอลโลก และดึงดูดผู้เชี่ยวชาญให้กลับมาร่วมงานในระยะยาว [39]
การจัดการภาระและป้องกันการบาดเจ็บ: จากงานวิจัยสู่แนวปฏิบัติ
การจัดการภาระในการฝึกซ้อม (load management) ในฟุตบอลสเปนพัฒนาไปพร้อมกับงานวิจัยเชิงประจักษ์ในทีมอาชีพ Mallo และ Dellal (2012) จาก Universidad Politécnica de Madrid ติดตามทีมอาชีพสเปนสองฤดูกาล (2007–2009) พบอุบัติการณ์บาดเจ็บเฉลี่ย 6.6 ครั้งต่อ 1,000 ชั่วโมง โดยรูปแบบความเสี่ยงแตกต่างกันตามตำแหน่งและช่วงของ periodization อย่างมีนัยสำคัญ ซึ่งเปิดทางให้ทีมออกแบบภาระที่จำเพาะตำแหน่งได้ [40]
ในด้านการวางแผน งานล่าสุดของ Jiménez-Iglesias et al. (2025) เปรียบเทียบ block periodization กับ traditional periodization ในนักฟุตบอลอาชีพเป็นเวลา 45 สัปดาห์ พบว่า block periodization ให้ผลด้าน strength ใกล้เคียงกัน แต่ใช้เวลาน้อยกว่า ซึ่งเป็นข้อได้เปรียบในตารางแข่งขันที่หนาแน่นถึง 60 นัดต่อฤดูกาล [42] แนวโน้มปัจจุบันคือการผสาน Acute:Chronic Workload Ratio (ACWR), heart rate variability (HRV), Rating of Perceived Exertion (RPE) และแบบสอบถาม wellness เข้าด้วยกันเป็นระบบ dashboard ที่ให้ข้อมูล ทั้ง internal และ external load พร้อมกัน สอดคล้องกับกรอบทฤษฎีของ Impellizzeri, Marcora และ Coutts (2019) เรื่อง training load ในกีฬาทีม
การฝึก Cognitive-Perceptual: ก้าวข้ามการฝึกทางกาย
องค์ประกอบสุดท้ายที่วิทยาศาสตร์การกีฬาในสเปนบุกเบิกอย่างต่อเนื่องคือการฝึก cognitive-perceptual ที่ใช้เทคโนโลยี VR และแพลตฟอร์มดิจิทัลเพื่อฝึก decision-making, pattern recognition และ spatial awareness แยกจากการซ้อมกลางแจ้ง [43] แนวคิดคือเสริมทักษะทางปัญญา (mental gym) โดยไม่เพิ่มภาระทางกาย เหมาะสำหรับช่วงพักฟื้น การฝึกในช่วงบาดเจ็บ และการพัฒนาเยาวชนที่ยังต้องระวังภาระสะสม
สิ่งนี้สอดคล้องกับปรัชญา Juego de Posición ที่เน้น body orientation prior to reception และ scanning frequency — ตัวแปรทางประสาทวิทยาการกีฬาที่งานวิจัยด้าน visual search behavior ในผู้เล่นระดับเอลีทชี้ว่าเป็นตัวจำแนกที่ชัดเจนระหว่างผู้เล่นระดับสูงสุดกับระดับล่าง เมื่อเชื่อมโยงกับ 8 hyper-complex structures ของ Seirul·lo จะเห็นว่าการฝึก cognitive-perceptual ไม่ได้เป็นของใหม่ในกรอบคิดของสเปน แต่เป็นการใช้เทคโนโลยียุคใหม่มายกระดับสิ่งที่ปรัชญาแกนกำหนดไว้ตั้งแต่ยุค 1990s
จุดที่สำคัญเชิงระบบคือ ความสอดคล้องระหว่างเทคโนโลยีใหม่กับปรัชญาแกน — สเปนไม่ได้นำเข้าเทคโนโลยีทันสมัยแล้วบังคับให้ปรัชญาเดิมปรับตัวตาม แต่ปรัชญาแกนกำหนดคำถามการวิจัย และเทคโนโลยีเป็นเครื่องมือหาคำตอบ นี่คือลักษณะของระบบที่วิทยาศาสตร์การกีฬาถูก ฝัง (embedded) เข้ากับวัฒนธรรมของสโมสรและสหพันธ์ แทนที่จะเป็นบริการเสริมจากภายนอก
ระบบการพัฒนาโค้ช: การเชื่อมโยงกับระบบการศึกษาแห่งชาติ
องค์ประกอบที่มักถูกมองข้ามในโมเดลสเปนคือโครงสร้างการพัฒนาโค้ชที่รัดกุมและเชื่อมโยงกับระบบการศึกษาอย่างเป็นทางการ
RFEF ผ่านสถาบัน La Academia RFEF และ Escuela de Entrenadores เปิดหลักสูตรตั้งแต่ระดับ UEFA C, B, A ไปจนถึง UEFA Pro โดยแต่ละระดับมีเงื่อนไขประสบการณ์และชั่วโมงการเรียนที่กำหนดชัดเจน (UEFA B ต้องเรียนอย่างน้อย 120 ชั่วโมง, UEFA A 180 ชั่วโมง, UEFA Pro ต้องผ่าน UEFA A พร้อมประสบการณ์) [21,22] จุดที่ทำให้สเปนโดดเด่นคือกระทรวงศึกษาธิการและการฝึกอาชีพ (Ministry of Education and Vocational Training) ร่วมกับ RFEF รับรองหลักสูตร Técnico Deportivo en Fútbol ให้เทียบเท่ากับใบอนุญาต UEFA — Grado Medio เทียบเท่า UEFA B และ Grado Superior เทียบเท่า UEFA A [23]
ในปี 2025 RFEF ยกระดับอีกขั้นด้วยการรับรองหลักสูตรของ Sevilla FC Innovation Center ให้ออกใบเทียบเท่า UEFA license ในกรอบวิชาชีพ [24] แสดงให้เห็นว่าระบบเปิดพื้นที่ให้สโมสรที่มีมาตรฐานสูงเข้ามาเป็นผู้ให้การศึกษาโค้ชอย่างเป็นทางการ ไม่ผูกขาดที่สหพันธ์เพียงลำพัง
ในภาพรวม สเปนมีโค้ชที่ได้รับใบอนุญาต UEFA อย่างน้อย 24,000 คน (ประมาณการจากฐานข้อมูล UEFA) ในขณะที่อังกฤษมีประมาณ 3,000 คน และเยอรมนีประมาณ 6,000 คน — อัตราส่วนที่สะท้อนความหนาแน่นของผู้ให้การถ่ายทอดปรัชญาเชิงเทคนิคในระบบ [25]
Trust in Youth: เชื่อมั่นในการพัฒนานักกีฬาระดับเยาวชน
ผลลัพธ์ของระบบพีระมิดและอะคาเดมี่จะไม่มีความหมาย หากไม่มี ความไว้วางใจในเยาวชน จากผู้จัดการทีมชาติ นี่คือสิ่งที่ Luis de la Fuente พิสูจน์อย่างชัดเจนในยูโร 2024 ด้วยการส่ง Yamal (16 ปี) และ Nico Williams (21 ปี) เป็นตัวจริง [8,26]
RFEF บริหารทีมชาติเยาวชนตั้งแต่ U15 ถึง U21 อย่างต่อเนื่อง เป็นเส้นทางให้ผู้เล่นระดับสูงสุดของแต่ละรุ่นได้แข่งขันระดับนานาชาติสม่ำเสมอ [12] ในโครงสร้างนี้ ผู้เล่นแทบทุกคนที่ขึ้นทีมชุดใหญ่จะเคยผ่านทีมชาติเยาวชนอย่างน้อยหนึ่งรุ่นมาก่อน ทำให้เมื่อขึ้นชุดใหญ่ ผู้เล่นมี ประสบการณ์การแข่งขันภายใต้ระบบสเปน และคุ้นเคยกับปรัชญาการเล่นที่เป็นภาษากลาง
Luis de la Fuente เองเป็นผลผลิตของระบบนี้ในฐานะโค้ช ตั้งแต่รับตำแหน่ง U19 ในปี 2013 คว้าแชมป์ยุโรป U19 ในปี 2015, แชมป์ยุโรป U21 ในปี 2019, เหรียญเงินโอลิมปิกโตเกียว 2021 และเลื่อนขึ้นเป็นโค้ชทีมชาติชุดใหญ่ในธันวาคม 2022 [26,27] เส้นทางของเขาคือหลักฐานเชิงประจักษ์ว่าระบบพัฒนาโค้ชและระบบทีมชาติเยาวชนของ RFEF เป็นระบบเดียวกัน ไม่แยกส่วน
บทบาทของรัฐ: การลงทุนสาธารณะที่เป็นระบบ
สภาการกีฬาสูงสุด (Consejo Superior de Deportes – CSD) ภายใต้กระทรวงศึกษาธิการ วัฒนธรรมและกีฬา เป็นหน่วยงานที่รับผิดชอบนโยบายกีฬาแห่งชาติ ตั้งแต่ปี 2018 CSD ลงทุนในกีฬารวมกว่า 2.1 พันล้านยูโร โดยส่วนใหญ่เข้าสู่การเสริมความแข็งแรงของสหพันธ์กีฬา (federal model) — ในเจ็ดปีที่ผ่านมาสหพันธ์ต่างๆ ได้รับเงินอุดหนุนรวมกว่า 780 ล้านยูโร และเฉพาะปี 2025 อยู่ที่ 128 ล้านยูโร [28,29]
กลไกทางกฎหมายที่ทรงพลังคือ Royal Decree-Law 5/2015 มาตรา 6.1 ซึ่งกำหนดให้สโมสรฟุตบอลอาชีพต้องจัดสรร 1.5% ของรายได้ให้แก่ CSD เพื่อนำไปลงทุนซ้ำในกีฬาระดับสมัครเล่นและกีฬาโอลิมปิก [29,30] นี่คือ ระบบภาษีเชิงสมานฉันท์ (solidarity mechanism) ที่ทำให้ความสำเร็จเชิงพาณิชย์ของ La Liga ไหลกลับสู่ฐานพีระมิดโดยอัตโนมัติ ไม่ต้องพึ่งการบริจาคหรือกลไกตลาด
โครงการ Team Spain ที่เริ่มปี 2022 มีห้าเสาหลักครอบคลุมทั้งชั้นสูง (Elite), เชิงกลยุทธ์ (Strategic), อนาคต (Futuro) ที่ผสาน National Sports Technification Programme (PNTD) และ Spanish Championships of School Age (CESA) เข้าด้วยกัน [29] แนวทางนี้สะท้อนโมเดล LTAD (Long-Term Athlete Development) ที่บูรณาการตั้งแต่โรงเรียนถึงชั้นเอลีท
ในภาพรวม กีฬาสร้างการจ้างงานราว 255,000 คนในสเปน คิดเป็น 3.3% ของ GDP และการท่องเที่ยวเชิงกีฬาสร้างรายได้กว่า 3 พันล้านยูโรในปี 2024 [28] แสดงให้เห็นว่าฟุตบอลไม่ได้เป็นเพียงกีฬาที่รัฐลงทุนเพื่อความสำเร็จ แต่เป็นอุตสาหกรรมที่ให้ผลตอบแทนกลับสู่ระบบเศรษฐกิจ
ข้อจำกัดที่งานวิจัยชี้ให้เห็น: Relative Age Effects
ระบบสเปนไม่ได้สมบูรณ์แบบ งานวิจัย cross-sectional 10 ปี (2014–2024) โดย Pizarro et al. ในนักฟุตบอลเยาวชนชายสเปน 1,120 คน ในหมวด U12, U14 และ U16 พบว่าปรากฏการณ์ Relative Age Effects (RAEs) ความได้เปรียบของเด็กที่เกิดในไตรมาสแรกของปีปฏิทิน ยังคงชัดเจนตลอดทศวรรษที่ผ่านมา [31]
การกระจายของวันเดือนปีเกิดในกลุ่มตัวอย่างเบี่ยงเบนอย่างมีนัยสำคัญ (χ² test, p<0.05) และ RAEs แสดงตัวเด่นชัดในระดับการแข่งขันสูง (Competitive Level 1) ยิ่งไปกว่านั้น มีความสัมพันธ์เชิงเส้นระหว่างอายุสัมพัทธ์กับสถานะการเจริญเติบโต (r=0.91, R²=0.84) และเด็กที่มีอายุสัมพัทธ์สูงกว่าได้รับความคาดหวังเชิงประสิทธิภาพจากโค้ชสูงกว่าอย่างมีนัยสำคัญ [31,32]
ข้อค้นพบนี้ชี้ให้เห็นว่า แม้ระบบสเปนจะผลิตพรสวรรค์ระดับโลกได้จำนวนมาก แต่ก็สูญเสีย late developers จำนวนไม่น้อยจากกลไกการคัดเลือกในระดับเยาวชน — ปัญหาที่ทั่วโลกกำลังพยายามแก้ผ่านการจัดกลุ่มตามระดับวุฒิภาวะ (bio-banding) แทนอายุตามปฏิทิน สเปนเองก็มีการปรับ เช่น ในหมวด U12 ยกเลิกการแบ่ง Competitive Level เพื่อหลีกเลี่ยงระบบเลื่อนชั้น–ตกชั้นที่กระทบพัฒนาการทางจิตใจของเด็ก [31] แต่ในภาพรวม RAEs ยังเป็น systemic bias ที่ระบบยังต้องจัดการต่อไป
จากที่วิเคราะห์มา สามารถสรุปได้ว่าโมเดลสเปนไม่ใช่ สูตรลับ แต่คือระบบที่ประกอบด้วยหกองค์ประกอบเชื่อมโยงกัน:
หนึ่ง ปรัชญาแกนหลักที่คงที่ Juego de Posición เป็นภาษากลางที่ใช้ทั่วประเทศ ทำให้ผู้เล่นเคลื่อนย้ายระหว่างสโมสรและระดับต่างๆ ได้โดยไม่ต้องเรียนรู้ระบบใหม่
สอง โครงสร้างพีระมิดที่หนาแน่น 30,000+ สโมสร, 1.24 ล้านผู้เล่น, เส้นทางเลื่อนชั้น–ตกชั้นต่อเนื่องจากระดับชุมชนถึง La Liga สร้างแรงจูงใจเชิงเศรษฐกิจในการลงทุนพัฒนาเยาวชน
สาม โมเดล Cantera หลายศูนย์ ไม่ผูกขาดที่สโมสรใหญ่สองแห่ง แต่กระจายไปทั่วประเทศพร้อมการรับรองมาตรฐานจากส่วนกลาง
สี่ วิทยาศาสตร์การกีฬาที่ฝังในวัฒนธรรม — Structural Microcycle ของ Seirul·lo, Mediacoach/Sportian Performance ระดับลีก, และ BIHUB เป็นระบบที่แปลงปรัชญาแกนให้เป็นเทคโนโลยีการฝึกที่วัดผลและถ่ายทอดได้
ห้า ระบบพัฒนาโค้ชที่บูรณาการกับการศึกษา — RFEF และกระทรวงศึกษาธิการรับรองเทียบวุฒิกัน สร้างอาชีพโค้ชที่มั่นคงและมีความหนาแน่นสูง
หก การลงทุนสาธารณะที่มีกลไกทางกฎหมาย — 1.5% จากรายได้ฟุตบอลอาชีพไหลกลับสู่ฐานพีระมิดโดยอัตโนมัติผ่าน Royal Decree 5/2015 บวกกับการสนับสนุนของ CSD
เมื่อทั้งหกองค์ประกอบทำงานพร้อมกัน ผลลัพธ์คือ ระบบผลิตพรสวรรค์ที่มีค่าเบี่ยงเบนต่ำ มีมาตรฐาน ไม่ได้พึ่งพาความบังเอิญของยุคทองรุ่นใดรุ่นหนึ่ง แต่ผลิตผู้เล่นระดับโลกได้ต่อเนื่องเป็นทศวรรษ
ข้อเสนอเชิงนโยบายสำหรับประเทศไทย
หากพิจารณาโมเดลสเปนเทียบกับโครงสร้างฟุตบอลไทย จะเห็นช่องว่างที่ควรพิจารณา:
ประการแรก ปรัชญาการเล่นระดับชาติของไทยยังไม่ชัด สมาคมฟุตบอลแห่งประเทศไทยควรกำหนดปรัชญาแกน (national playing philosophy) ที่ใช้ตลอดพีระมิดตั้งแต่ระดับเยาวชน — ไม่จำเป็นต้องลอก tiki-taka แต่ต้องมี ภาษากลาง ให้โค้ชและผู้เล่นทั่วประเทศเข้าใจตรงกัน
ประการที่สอง ระบบเลื่อนชั้น–ตกชั้นของไทยยังไม่ต่อเนื่องถึงระดับชุมชน ลีก T3, T4 และลีกภูมิภาคยังห่างไกลจากความเข้มข้นของ Tercera Federación สเปนที่มี 324 ทีมใน 18 กลุ่ม การขยายและทำให้ระดับล่างของพีระมิดมีชีวิตเชิงพาณิชย์เป็นเงื่อนไขสำคัญของการพัฒนาระยะยาว
ประการที่สาม ระบบพัฒนาโค้ชในไทยยังขาดการเชื่อมโยงกับระบบการศึกษาอย่างเป็นทางการ การยกระดับให้ใบอนุญาต AFC/สมาคมฯ เทียบเท่ากับวุฒิบัตรของกระทรวงศึกษาธิการหรือกระทรวงการอุดมศึกษาฯ จะช่วยขยายฐานอาชีพโค้ชและสร้างแรงจูงใจในการเรียนต่อ
ประการที่สี่ กลไกการไหลกลับของเงินจากฟุตบอลอาชีพสู่ฐานพีระมิดในไทยยังอ่อนแอ ควรพิจารณาเสนอกฎหมายลักษณะเดียวกับ Royal Decree 5/2015 ของสเปน — บังคับให้สโมสรอาชีพจัดสรรรายได้ส่วนหนึ่ง (แม้ 1% ก็สร้างผลกระทบมหาศาล) ให้กองทุนพัฒนาฟุตบอลเยาวชนแห่งชาติ
ประการที่ห้า ตัวชี้วัดในการประเมินความสำเร็จของสมาคมฯ ควรขยายจากผลการแข่งขันของทีมชุดใหญ่ ไปสู่ตัวชี้วัดเชิงระบบ เช่น จำนวนผู้เล่นที่ลงทะเบียน จำนวนโค้ชระดับต่างๆ จำนวนสโมสรในพีระมิด และผลของทีมชาติเยาวชนทุกรุ่น เพื่อสร้างระบบความรับผิดชอบที่วัดผลได้
ชัยชนะของสเปนในยูโร 2024 และฟุตบอลโลก 2026 ไม่ใช่ผลของโค้ชอัจฉริยะคนใดคนหนึ่ง หรือรุ่นทองที่บังเอิญเกิดขึ้นพร้อมกัน หากเป็นผลของการลงทุนเชิงระบบต่อเนื่องกว่าครึ่งศตวรรษ ตั้งแต่ที่ Cruyff เริ่มปลูกฝังปรัชญาที่ La Masia ในปี 1979 จนถึงกฎหมายลงทุนสาธารณะปี 2015 และการเชื่อมโยงระบบพัฒนาโค้ชกับการศึกษาแห่งชาติในปี 2025 [24,30] ทุกองค์ประกอบเสริมกันเป็นระบบที่ ผลิตแชมป์ได้อย่างต่อเนื่อง ไม่ใช่ สะดุดกับความสำเร็จ
สำหรับประเทศไทย บทเรียนที่สำคัญที่สุดอาจไม่ใช่เทคนิคการเล่นหรือรายละเอียดของหลักสูตรอะคาเดมี่ แต่คือ ความสม่ำเสมอเชิงระบบ ความอดทนของการสร้างโครงสร้างพื้นฐานที่ให้ผลตอบแทนในระยะ 20–30 ปี ไม่ใช่ในทัวร์นาเมนต์หน้า
การเป็นแชมป์ไม่ได้เริ่มที่นัดชิงชนะเลิศ แต่เริ่มที่การตัดสินใจของกระทรวงในการวางระบบที่ยั่งยืน และปรัชญาหนึ่งประโยคที่ผู้บริหารกีฬารุ่นก่อนกล้ายืนยัน แล้วผู้บริหารรุ่นต่อไปเลือกที่จะสานต่อ
เอกสารอ้างอิง
- Spain 1-0 Argentina | World Cup 2026 report and highlights [Internet]. Zurich: FIFA; 2026 [cited 2026 Jul 22]. Available from: https://www.fifa.com/en/tournaments/mens/worldcup/canadamexicousa2026/articles/spain-argentina-final-report-highlights
- Marcotti G. Spain’s persistence pays off to win 2026 World Cup as Messi, Argentina exit quietly [Internet]. ESPN; 2026 Jul 19 [cited 2026 Jul 22]. Available from: https://www.espn.com/soccer/story/_/id/49402253/world-cup-spain-win-lionel-messi-argentina-reaction-analysis-ferran-torres
- De la Fuente L. Luis de la Fuente: Euro 2024 final tactics [Internet]. Coaches’ Voice Masterclass; 2025 Jun 4 [cited 2026 Jul 22]. Available from: https://learning.coachesvoice.com/cv/luis-de-la-fuente-euro-2024-final-tactics/
- Tiki-taka [Internet]. 2026 Jan 17 [cited 2026 Jul 22]. Available from: https://grokipedia.com/page/Tiki-taka
- Classement La Liga. La Masia 2026: FC Barcelona Youth Academy Guide — History, Graduates, How to Join [Internet]. 2026 Apr 20 [cited 2026 Jul 22]. Available from: https://classementlaliga.com/en/la-masia-academy
- Striker Report. What Is Tiki-Taka? Spain’s Football Philosophy Explained Simply [Internet]. 2026 Jun 19 [cited 2026 Jul 22]. Available from: https://strikerreport.com/what-is-tiki-taka-spain-football-philosophy/
- Football Analyst. Tiki-Taka – Football Tactics Explained [Internet]. 2025 Mar 2 [cited 2026 Jul 22]. Available from: https://the-footballanalyst.com/tiki-taka-football-tactics-explained/
- Ellis C. How Luis de la Fuente’s Spain dominate each phase of play — Tactical Analysis [Internet]. Medium; 2024 Jul 5 [cited 2026 Jul 22]. Available from: https://medium.com/@cellis.14/how-de-la-fuentes-spain-dominate-each-phase-of-play-2f0848515c76
- Silverware-laden summer heralds Spain’s dominant dynasty [Internet]. [cited 2026 Jul 22]. Available from: https://www.fotmob.com/pt-BR/topnews/13900-analysis-silverware-laden-summer-heralds-spains-dominant-dynasty
- Wikipedia contributors. Royal Spanish Football Federation [Internet]. Wikipedia; 2026 [cited 2026 Jul 22]. Available from: https://en.wikipedia.org/wiki/Royal_Spanish_Football_Federation
- Spanish Football Teams: All Teams with Stats, Standings, Transfers & Injuries [Internet]. 2025 Aug 20 [cited 2026 Jul 22]. Available from: https://www.sportsdunia.com/football-teams/spanish-football-teams
- Soccer Interaction. Levels and categories of soccer in Spain: A Complete Guide [Internet]. 2025 Jan 13 [cited 2026 Jul 22]. Available from: https://soccerinteraction.com/levels-and-categories-of-soccer-in-spain
- Lavender Hotels. The Anatomy of Spain Youth Football System and Modern Tactic [Internet]. 2026 Jul [cited 2026 Jul 22]. Available from: https://weddings.lavenderhotels.co.uk/anatomy-spain-youth-football-system-modern-tactical-dominance
- Player Development Project. Spanish Methodology: Deportivo La Coruña [Internet]. 2024 Jan 22 [cited 2026 Jul 22]. Available from: https://playerdevelopmentproject.com/spanish-methodology-deportivo-la-coruna/
- Ric Á, Torrents C, Gonçalves B, Sampaio J, Hristovski R. Assessing Variations in Positional Performance across Age Groups and during Matches in Youth Association Football Competitions. Sensors. 2024;24(15):4968. Available from: https://www.ncbi.nlm.nih.gov/pmc/articles/PMC11280735/
- Proformance Football. The Cantera Code: Unlocking the Cultural Obsession That Fuels Spanish Football [Internet]. 2025 Sep 3 [cited 2026 Jul 22]. Available from: https://proformancefootball.com/cantera-code/
- Spanish Pro Football. Lamine Yamal: A Testament to Spain’s Football Academy Success [Internet]. 2024 Nov 13 [cited 2026 Jul 22]. Available from: https://www.spanishprofootball.com/lamine-yamal-spanish-academy-success
- Barça Innovation Hub. Football Youth Academy Models: La Masia vs Ajax [Internet]. 2026 May 25 [cited 2026 Jul 22]. Available from: https://barcainnovationhub.fcbarcelona.com/blog/the-models-of-youth-teams-in-football/
- Prieto-Ayuso A, Pastor-Vicedo JC, Contreras-Jordán O. Content Validity and Psychometric Properties of the Nomination Scale for Identifying Football Talent (NSIFT): Application to Coaches, Parents and Players. Sports. 2017;5(1):2. Available from: https://www.mdpi.com/2075-4663/5/1/2
- Maqueira Marín JM, Bruque Cámara S. Gestión del talento en la empresa: Lecciones desde el ámbito deportivo — Modelos Fútbol Club Barcelona versus Real Madrid Club de Fútbol. Harvard Deusto Business Research. 2014;3(2):101–16.
- UEFA coaching licences: every course for which UEFA sets minimum criteria [Internet]. Nyon: UEFA; 2024 May 19 [cited 2026 Jul 22]. Available from: https://www.uefa.com/development/coaches/uefa-coaching-licences/
- How to obtain a soccer coaching license [Internet]. 2025 Aug 1 [cited 2026 Jul 22]. Available from: https://futboljobs.com/en/soccer-coaching-license-how-to-obtain-the-license-in-spain/
- UEFA coaching licences [Internet]. 2026 Feb 8 [cited 2026 Jul 22]. Available from: https://grokipedia.com/page/UEFA_coaching_licences
- Sevilla FC Innovation Center. Official Recognition: Sevilla FC’s Football Coaching Degrees Granted UEFA License Equivalence [Internet]. 2025 Nov 10 [cited 2026 Jul 22]. Available from: https://sevillafcinnovationcenter.com/en/los-titulos-academicos-de-tecnico-deportivo-del-sevilla-fc-reconocidos-como-equivalentes-a-la-licencia-uefa/
- UEFA B, A and PRO licenses in Spain: Definitive guide 2025 + How to obtain them (official equivalences) [Internet]. [cited 2026 Jul 22]. Available from: https://www.futbollab.com/en/news/uefa-b-a-and-pro-licenses-official-equivalence-in-spain-and-how-to-obtain-them-with-futbollab
- Luis de la Fuente’s Tactics Used for Spain at Euro 2024 [Internet]. 2024 Jul 12 [cited 2026 Jul 22]. Available from: https://www.footballcoin.io/blog/luis-de-la-fuentes-tactics-spain-euro-2024/
- Luis de la Fuente: career, method and lessons for coaches [Internet]. 2026 May 28 [cited 2026 Jul 22]. Available from: https://rutamister.com/en/blog/luis-de-la-fuente-trayectoria-metodo-aprendizajes-entrenadores
- Consejo Superior de Deportes. Rodríguez Uribes: “The Government has placed sport at the center of political action, allocating more than 2.1 billion euros to its development since 2018” [Internet]. Madrid: CSD; 2025 Nov 11 [cited 2026 Jul 22]. Available from: https://www.csd.gob.es/en/rodriguez-uribes-government-has-placed-sport-center-political-action-allocating-more-21-billion-euros-its-development-2018
- Consejo Superior de Deportes. Team Spain [Internet]. Madrid: CSD; [cited 2026 Jul 22]. Available from: https://www.csd.gob.es/en/team-spain
- Consejo Superior de Deportes. The CSD consolidates in 2025 the largest public support in history for Spanish sport [Internet]. Madrid: CSD; 2025 [cited 2026 Jul 22]. Available from: https://www.csd.gob.es/en/csd-consolidates-2025-largest-public-support-history-spanish-sport
- Pizarro D, Práxedes A, Travassos B, Domínguez-González R, Moreno A. Relative Age Effects and contextual factors in male Spanish youth football: a 10-year cross sectional analysis of U12 to U16 players. Front Sports Act Living. 2025;7:1524972. Available from: https://www.frontiersin.org/journals/sports-and-active-living/articles/10.3389/fspor.2025.1524972/full
- Juego De Posicion. The Influence of Seirul-lo on Pep Guardiola [Internet]. 2020 Aug 28 [cited 2026 Jul 22]. Available from: https://juegodeposicion.wordpress.com/2020/08/05/the-influence-of-seirul-lo-on-pep-guardiola/