นโยบายกีฬาสู่ความสำเร็จของกีฬาเพื่อความเป็นเลิศในระดับนานาชาติ ตอนที่ 1

นโยบายกีฬาสู่ความสำเร็จของกีฬาเพื่อความเป็นเลิศในระดับนานาชาติSport Policies to Successful International Elite Sports

ถนอมศักดิ์ เสนาคำ
ศิริเชษฐ์ พูลทิพายานนท์
ภาควิชาวิทยาศาสตร์การกีฬามหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ









ใกล้ถึงการแข่งขันกีฬาซีเกมส์ อีกครั้ง ในปลายปีนี้ที่ประเทศฟิลิปินส์ นะครับ วันนี้ผมอยากจะเขียนบทความที่ทำให้ท่านเข้าใจเกี่ยวกับ นโยบายทางการกีฬาของประเทศไทย จากภาพสะท้อนของซีเกมส์ครั้งที่ผ่านมาว่าประเทศไทยของเรานั้นประสบความสำเร็จมากน้อยแค่ไหนในระดับนานาชาติ ในที่นี้ก็คือระดับอาเซียนนั้นเองครับ เพื่อเป็นข้อมูลในการวัดและประเมินนโยบายทางการกีฬาของประเทศที่จะก้าวเดินต่อไปสำหรับกีฬาโอลิมปิคเกมส์ ในปี 2020 ที่กรุงโตเกียว ประเทศญี่ปุ่นนะครับ ว่านโยบายกีฬาของเรานั้นส่งผลต่อความสำเร็จมากน้อยแค่ไหนของกีฬาเพื่อความเป็นเลิศของประเทศเมื่อเปรียบเทียบกับประเทศเพื่อนบ้านในอาเซียน 




       

ภาพจากเวบไซต์ หนังสือพิมพ์ข่าวสด นะครับ 

บทความนี้ไม่ได้เขียนจากความรู้สึกนะครับ เราใช้หลักการประเมินความสำเร็จโมเดลเดียวกับที่ใช้กับองค์กรกีฬาชั้นนำของโลกซึ่งเราจะไม่พูดถึงงบประมาณที่ลงไปนะครับ เพราะนั่นคือ Efficiency ซึ่งทางเราไม่มีข้อมูลของงบประมาณที่ใช้ในการพัฒนาหรือลงทุน  แต่อย่างไรก็ตามเราได้เตรียมเผื่อไว้แล้ว หากได้ข้อมูลงบประมาณในการเตรียมตัวของนักกีฬาเพื่อการแข่งขันกีฬาในแต่ละครั้ง  เราคงจะได้เห็นข้อมูล ถึงประสิทธิภาพในการเตรียมนักกีฬาซีเกมส์ครั้งที่ผ่านมา ว่ามีประสิทธิภาพมากน้อยแค่ไหน



     เรามาดูวิธีการประเมินในครั้งนี้กันนะครับ
จากกีฬาซีเกมส์
2017 ณ กรุงกัวลาลัมเปอร์ ประเทศมาเลเซีย
ซึ่งจะต้องทำความเข้าใจกันก่อนว่าในกีฬาซีเกมส์ นั้นจะประกอบด้วย โอลิมปิกสปอร์ต
หรือกีฬาสากล และกีฬาที่เล่นในภูมิภาค (เช่น ปัญจักสีลัต กาบัดดี้ เซปักตะกร้อ
วูซู มวยไทย) อันนี้เป็นกีฬาพื้นบ้านนะครับ เราจะไม่นำมาคิด เราจะคิดเฉพาะ
Olympics Sports เพราะอะไร
เพราะกีฬานั้นเป็นมาตรฐานและหลายประเทศได้มีการเตรียมนักกีฬามาอย่างต่อเนื่องนั่นเองครับ
และเราจะได้ทราบว่าตัวเองนั้นเป็นหนึ่งในอาเซี่ยนจริงหรือไม่ นั่นเอง






สำหรับการวิเคราะห์นั้นจะใช้ผลสัมฤทธิ์
นั่นก็คือจำนวนเหรียญในการแข่งขัน ในการคาดการณ์แนวโน้มการพัฒนาของนักกีฬา
โดยใช้หลักการคำนวณด้วย เทคนิค
Market
Share
จากการคำนวณด้วยระบบ Scoring System ในการใช้เทคนิค Market
Share
นั้นจะทำให้เกิดการ Normalized จำนวนเหรียญเมื่อเปรียบเทียบกับซีเกมส์ในครั้งก่อน ซึ่งในบางกีฬา
จำนวนเหรียญในการแข่งขันก็อาจจะไม่เท่ากันและยังเป็นเครื่องมือมาตรฐานในการวัดและสะท้อนถึงประสิทธิภาพของนโยบายการพัฒนานักกีฬาสู่ความเป็นเลิศซ
(
Impact of Policy on
Elite Sports Development system)








จากเทคนิค MKS พบว่า
เมื่อเปรียบเทียบกันสองซีเกมส์ ระหว่างปี
2015 และ 2017 ประเทศไทยนั้นแม้จะมีจำนวนเหรียญมาเป็นที่สองเมื่อเทียบกับ
มาเลเซียเจ้าภาพ แต่เมื่อเทียบจำนวน
Market Share ของเหรียญจากซีเกมส์ทั้งสองครั้งที่ผ่านมาพบว่า
มีการลดลงถึงร้อยละ
7.3 นั่นหมายความว่าในกีฬาสากล นั้นประเทศไทยมีแนวโน้มการพัฒนาที่ลดลง
แต่อย่างไรก็ตาม จำนวนเหรียญทองที่ได้
ยังสูงอยู่นั่นแสดงถึงเหรียญที่มาจากกีฬาในภูมิภาค นั่นเอง เช่น เซปักตะกร้อ
มวยไทย เป็นต้น




ครั้งต่อไปเราจะมาลงรายละเอียดเกี่ยวกับแต่ละชนิดกีฬานะครับ
โปรดติดตามนะครับ

author avatar
Sirichet Punthipayanon Researcher
ศิริเชษฐ์ พูลทิพายานนท์ (Sirichet Punthipayanon, Ph.D.) การศึกษา ปริญญาเอก สาขาวิทยาศาสตร์การกีฬา (ชีวกลศาสตร์การกีฬา) Fellow of the Higher Education Academy (FHEA) ไลฟ์สไตล์ นอกจากงานวิชาการแล้ว เป็นคนชิลๆ ชอบใช้เวลาว่างไปเที่ยวที่ต่างๆ อ่านหนังสือ ดูหนัง ฟังเพลง และเขียนบทความเกี่ยวกับวิทยาศาสตร์การกีฬาที่นำไปใช้ได้จริง เชื่อว่าวิทยาศาสตร์การกีฬาไม่ควรอยู่แค่ในห้องทดลอง แต่ต้องออกไปถึงสนามจริง Google Scholar · About

Leave a Comment